looneytunes 的个人资料I Am LoOneYtuNes...照片日志列表 工具 帮助

日志


7月30日

วันหยุดสุขสันต์!

ตั้งใจว่าจะเข้ามาอัพเดทตั้งแต่วันเสาร์ - อาทิตย์ - จันทร์ สรุปเป็นวันนี้ หยุดมาตั้ง 3 วันเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหกแต่ยังดีที่ได้ทำอะไรเยอะแยะ *วันเสาร์พาครอบครัวไป shopping อยู่บ้าน ดูทีวี กิน นอน มีความสุข *วันอาทิตย์พาพ่อไปทำบุญแต่เช้าที่สนามหลวง ไปไหว้ศาลหลักเมืองอยากให้พ่อหายป่วยเร็ว ๆ จัง ตอนแรกกะว่าจะไปนั่งรถรางเล่นกันแต่โชคไม่ดีทัวร์ดันลงเลยไปเดินเล่นสนามหลวง ที่นั่นเค้ามีงานกันมีขายของเยอะมาก ไปต่อกันที่ร้านข้าวแถวท่าช้างแล้วก้ shop กันต่อถึงบ่าย 2 ไม่ไหวแล้วส่งพ่อกลับไปพักผ่อนส่วนเรากับน้องสาว (ต่าย) ไปลุยกันต่ออีก 2 ที่ ด้วยความที่ยังไม่ค่อยสะใจกับการเดิน(กะเดินเอาโล่) เลยไปเดินกันต่อที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว และดูหนังเรื่อง ตั๊ด สู้ ฟุต 555555 ตลกมาก ไม่รู้จะเล่ายังไงเลย และมาต่อที่สุดท้าย เมเจอร์รัชโยธิน.....เหนื่อย ขนาดเหนื่อยแค่ไหนนะก็ยังมาดูหนังต่อที่บ้านอีก *วันนี้ตื่นแต่เช้าไปทำบุญถวายสังฆทานเทียนพรรษากับที่บ้าน โชคดีจริง ๆ ได้ทำบุญติดกันเลย กลับมาวันนี้กินข้าว นอน กินข้าว นอน กินข้าว และกำลังจะนอนอีกแล้ว หุหุ วันนี้นับ ชม.การนอนได้ ก็เกือบ 20 ชม. เลยนะ 5555 * วันนี้มีโอกาสได้ฟังพระเทศ ในทีวี "ธรรมะดิลิเวอร์ลี่" เราชอบพระที่เทศน์ท่านนี้มาก ท่านเทศน์สนุก ตลก ขำ เข้าใจง่าย ไม่เบื่อ นี่คิดว่าจะไปหาซื้อ VCD รวมทุกแผ่นมาฟัง (ตอนแรกบอกน้องว่าจะมาโหลด น้องเลยห้ามไว้ว่า โห..ซื้อเหอะ ทำบุญ - -") ตั้งแต่ทำงานเกี่ยวกับวงการอินเทอร์เน็ต ไม่ได้ไม่ดีก็หาเอาจากในเน็ตทั้งหมด จนเป็นความเคยชิน มันก็จริงนะน้องเราบอกว่าขนาดจะออกกำลังกายเพื่อสุขภาพเล่นโยคะยังมาโหลดบทเรียนการสอนจากในเน็ตเลย แล้วจะได้ทำมั๊ยนิ *เทคโนโลยีทำให้คนความอดทนต่ำกันมากขึ้น ยิ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกเยอะ ก็ยิ่งทำให้คนเราขี้เกียจ เห็นแก่ตัว ไม่ค่อยมีสังคม (มีแต่สังคมที่เสมือนจริง) อันนี้เกิดขึ้นกับตัวเองบ่อย เรามีคนรู้จักที่แต่ก่อนเจอกัน โทรคุยกัน แต่ตอนนี้หลาย ๆ คนไม่ได้เจอกันมาเป็นปีแล้ว แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าห่างหรืออะไร เพราะว่าเจอกันใน MSN บ่อย คุยกันใน MSN ทำให้เราคิดไปว่ายังใกล้ชิดกันอยู่ วันนึงเราเคยคุยกับเพื่อนเราว่าปัจจุบันนี้เราสนิทกันในออฟฟิศ เราได้คุยกันเยอะจริงหรือเปล่า พอมานั่งนับกันจริง ๆ การพูดคุยกันมันน้อยมาก (หมายถึงใช้ปากนะ) แต่พูดกันด้วยนิ้วเนี่ยเยอะมาก เดี๋ยวนี้เล่นมุกกันยังเล่นใน MSN ขำก็ขำใน MSN ต้องคอยหาตัว อิโมติคอน แสดงอารมณ์ให้ได้เนียนมากที่สุด เหมือนหนึ่งพูดคุยกันจริง ๆ (บางทีเอาหน้าตัวเองทำเลย เพื่อนจะได้รู้ว่าเรารู้สึกยังไง ไปนั่น!) เดี๋ยวนี้ยุคไฮสปีด ขำกันใน MSN บอกรักกันไน MSn ถ้าจะเอาชัวร์ๆ ว่าพูดจริงหรือเปล่านะ ติด web cam ด้วยเลย 5555 คราวนี้รู้แน่ว่าอยู่ที่ไหน พูดจริงหรือเปล่า แต่เราอยากให้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น แค่เป็นตัวช่วยนะ เพราะว่ายังไงแล้ว คนเราทุกคนน่าจะอยากได้ความรู้สึก ถ้อยคำ ความใกล้ชิด การสัมผัสจากคนที่เรารักจริงๆ มากกว่า ไม่ใช่เสมือนจริง การที่เราให้เค้าแค่คำพูดใน MSN, SMS หรือ email มันไม่เท่ากับการที่เราได้สัมผัสกับเพื่อน หรือคนรักแค่ 1 วินาทีหรอก เพราะเราคิดว่าการรับรู้มันต่างกันน่ะ *
 
Looneytunes!!
 
 
7月23日

แว่บมาอัพเดท...

ตอนนี้นั่งทำงานอยู่ หลังจากไฟดับมาประมาณ 1 ชม. พอมาต่อเริ่มไม่ค่อยติดแล้ว เลยขอแว่บมานั่งอัพเดท blog ก่อนซักครู่ ช่วงนี้งานที่ต้องเคลียร์ก็เยอะ งานที่จะต้องเสนอก็เยอะมากใช่ว่าจะว่างแต่ก็ขอเจียดเวลานิดนึง *ความทรงจำ คนเราพอได้อยู่สถานที่ที่หนึ่งเป็นส่วนมาก ใช้ชีวิต ทำกิจกรรม ก็มักจะเห็นอะไรเป็นความทรงจำไปเสียหมดมาคิด ๆ ดูมันก็มีแค่ 2 อย่างจะแกล้งลืม หรือจะจำเป็นความทรงจำที่ดี เฮ้อ...ไม่เอาและ เปลี่ยนเรื่อง *เขียนมาตั้งนานลบออกซะงั้น มีเรื่องแดจาวูมาเล่า เกิดกับตัวเองแต่เขียนไปได้จะจบอยู่แล้วรู้สึกเหมือนว่าจะเพ้อเจ้อ ไม่เอาดีกว่า กลับไปทำงานแล้ว มีงานต่อคิวอีกเยอะ สู้...สู้...*
 
^ - ^
7月20日

เมื่อรักเรา...ไม่ใช่ที่หนึ่ง

*แด่คนที่เรารัก คนที่เราชอบ คนที่เราเกลียด คนที่เรากำลังจะรัก กำลังจะชอบ ฯลฯ ในอนาคต เรารู้ว่ามันอาจไม่ง่ายสำหรับใครบางคน แต่มันก็น่าจะไม่ยากเกินไป...มั๊ง*
 
จงยิ้มให้ความรัก และ รักต่อไปเถอะ
แม้ว่า . . . รักนั้นอาจไม่ใช่ที่หนึ่ง
จนกว่าที่เรา จะบอกกับตัวเองว่า . . .
"เราทนอีกต่อไป ไม่ได้แล้ว
เราเหนื่อยกับรัก ที่เป็นเช่นนี้เหลือเกิน"

การรักใครสักคนนั้น . . .
ง่ายกว่าการตัดใจ จากใครสักคนนัก
การสบตา จากใครสักคนนั้น . . .
ย่อมมีความสุข กว่าการหลบตาใครสักคน เป็นแน่แท้
จะมีสักกี่คน ที่สามารถทำให้เรายิ้มได้ . . .
. . . อย่างสุดหัวใจ และเศร้าได้อย่างสุดหัวใจ

อย่า . . . โทษเขา ที่ไม่ได้รักเรา
อย่า . . . โทษพรหมลิขิตที่ทำให้เราเจอกัน แต่ไม่ได้ทำให้เรารักกัน
อย่า . . . โทษหัวใจตัวเองที่ไปรักเขา
อย่า . . . โทษกาลเวลาที่ทำให้เราเจอกันช้าไป
จงมีความสุข และยิ้มให้กับสิ่งต่าง ๆ เถอะ
 
ยิ้มให้กับคนที่เขาไม่รักเรา . . .
เพราะอย่างน้อยเขาก็คือ คนที่ได้รับความรักจากเรา
ยิ้มให้กับพรหมลิขิต ที่ทำให้เราเจอกันถึงแม้เราจะไม่ได้รักกัน . . .
เพราะอย่างน้อยพรมลิขิต ก็ยังได้ทำให้เราได้รู้จักกัน

ยิ้มให้กับหัวใจตัวเอง ที่ไปรักเขา  . . .
เพราะอย่างน้อยหัวใจของเรา ก็ยังได้เรียนรู้กับความรัก
ยิ้มให้กับกาลเวลา ที่ทำให้เราเจอกันช้าไป . . .
เพราะอย่างน้อย ก็ยังทำให้เราได้เจอกัน
เราควรดีใจไม่ใช่หรือ ที่อย่างน้อยเรายังยิ้มให้กับคนที่เรารักได้
 
(จาก forward mail นะคะ)
Looneytunes
7月17日

ข้อคิดดีดี...กับการทำงาน

หวัดดีค่ะ มาเจอกันอีกแล้วช่วงนี้ต้องเข้ามาอัพเดทบ่อย ๆ เพราะว่าพออัพเดทแล้วเห็นมีเพื่อน ๆ แอบเข้ามาสนใจ (ปลื้มมมมมม) วันนี้ตอนรอลูกค้าประชุมมีโอกาสได้ไปร้านกาแฟที่ settrade เลยขอเข้าไปดูหนังสือร้าน B2S ซะหน่อยไม่ได้ไปที่นั่นนานมากจนจำไม่ได้ รู้สึกดีเข้าไปได้หนังสือมา 2 เล่ม เล่มแรก "ธรรมะสบายใจ" โดย ววชิรเมธี (พระที่ตัวเล็ก ๆ ใส่แว่นที่เทศน์ดี ๆ มาก ๆ ) เล่นนี้ตั้งใจซื้อมาฝากแม่หลังจากที่ซื้อหนังสือที่แม่ชีศันสนีย์เขียนมาแล้วอ่านสนุก แม่ปลื้ม เล่มที่ 2 หนังสือเบาสมองลองอ่านดูแล้วฮามากเลยต้องซื้อมาต่อ " The Toilet หนังสือประจำส้วม" โดย เปิ้ล นาคร
*พอกลับมาถึงวิญญาณบรรณารักษ์เข้าสิง หลังจากที่อ่านคำนำ สารบัญ ปก คนแต่ง ครั้งที่พิมพ์ ฯลฯ มาแล้วและตัดสินใจซื้อเพราะ ok เลยมานั่งอ่านก่อนคุณแม่ซัก 2-3 บทซิ ว่าดีจริงหรือเปล่า เปิดไปเจออะไรดี ๆ เลยเอามาฝากกันเรียกน้ำย่อย
 
ปรัญชาการทำงานและการดำเนิชีวิต (ของ ดร.เทียม โชควัฒนา ที่ในหนังสือเอามาเป็นตัวอย่าง)
1.รู้น้อยไม่เกี่ยงงาน
คนเราหากมีความรู้น้อยต้องไม่ท้อถอยหรือเลือกงาน เพราะการทำงานคือหนทางเพิ่มความรู้และประสบการณ์
 
2.เรียนรู้สิ่งใด เรียนรู้จากคน
เรื่องราวทุกอย่างคนล้วนเป็นผู้สร้างขึ้น ดังนั้น ถ้าต้องการเรียนรู้สิ่งใดให้เรียนรู้จากคนซึ่งล้วนเป็นขุมทรัพย์แห่งความรู้และประสบการณ์
 
3.ทบทวนอดีต ศึกษาปัจจุบัน เพื่อวางอนาคต
ทบทวนประสบการณ์จากของตัวเองและผู้อื่น และการศึกษาเรื่องราวรอบข้างจากคนและสิ่งรอบตัวในปัจจุบัน เป็นแนวทางให้เราวางอนาคตได้ถูกต้องแม่นยำยิ่งขึ้น
 
4.เร็ว ช้า หนัก เบา
ในการทำงานต้องพิจารณาอยู่เสมอว่า งานไหนทำก่อน(เร็ว) งานไหนทีหลัง(ช้า) งานไหนต้องจริงจัง(หนัก) งานไหนต้องพอควร(เบา)
 
5.ความสำเร็จย่อมเป็นของผู้มีความเพียร
อยากประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงานต้องพาตัวเองเข้าหางาน อย่าคอยให้งานเข้าหาตัว เพราะงานคือทุกอย่างในชีวิตที่เราต้องพากเพียรและทำตลอดไป
 
6.เข็มเล่มหนึ่งไม่มีปลายแหลมสองด้าน
ทุกคนมีทั้งจุดเด่นและจุดด้อย คนเราจึงไม่มีใครเก่งทุกอย่าง เปรียบเสมือนเข็มที่มีปลายแหลมสำหรับเย็บได้แค่ด้านเดียว ฉะนั้น คนเราควรรู้และทบทวนจุดเด่นจุดด้อยของตนเองเสมอ
 
7.หมั่นเล่าสร้างความจำ หมั่นซักถามสร้างความรู้
เมื่อได้เรียนรู้สิ่งใดแล้วหมั่นถ่ายทอดให้ผู้อื่นรับรู้ด้วยจะช่วยให้เราจำได้ดีขึ้น และเมื่อไม่รู้สิ่งใดก็อย่าอายที่จะถามเพราะจะช่วยให้เราได้รู้มากขึ้น ในขณะที่คนโอ้อวดตัวว่ารู้หมดแล้วแท้จริงคือคนที่ไม่รู้อะไรเลย
 
8.ความรักเป็นความสุขเหนือทรัพย์สินเงินทอง
คนที่มีความรัก มีจิตใจดี และมองโลกในแง่ดี จะมีความสุขยิ่งกว่าสิ่งใด ๆ
 
9.ตักน้ำเต็มได้แค่ภาชนะที่บรรจุเท่านั้น
ในการดำเนินธุรกิจ แบ่งปันผลประโยชน์ให้ผู้อื่นหรือสังคม ธุรกิจจะได้เจริญรุ่งเรืองขยายกิจการให้ใหญ่ขึ้นได้ เหมือนภาชนะที่มีน้ำเต็มแล้ว ตักน้ำออกไปทำประโยชน์ที่อื่นบ้าง ก็จะได้มีโอกาสตักน้ำเติมเข้ามาได้อีก จนในที่สุดก็อาจจะขยายภาชนะที่ใส่ หรือเพิ่มจำนวนให้มากขึ้นเรื่อย ๆ
 
10.ไม่มีใครเคยตายเพราะทำงานหนัก
ในการทำงานให้ยึดหลักว่า ทำเข้าไปเถิดสิ่งที่ว่ายาก เพราะยิ่งทำสิ่งที่ยากมากหรือหนักมากก็ยิ่งรู้มาก
 
 
ทั้ง 10 ข้อนี้เป็นข้อคืดที่เราอ่านแล้วประทับใจจริง ๆ อยากให้ทุก ๆ คนที่ได้อ่านบทความนี้ ถ้าใครยังไม่เคยเริ่มเปิดใจก็เริ่มซะตั้งแต่วันนี้นะคะ ทำทีละข้อก็ได้ของแบบนี้เราคิดว่ามันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเวลาที่เราใช้ทำ แต่มันขึ้นอยู่กับว่าคุณได้ทำมันหรือยังในตอนนี้มากกว่า.....ราตรีสวัสดิ์ค่ะ ^ - ^
 
 
 
  
 
7月13日

ศุกร์ 13 ฝันหวาน...

หวัดดีคับ ช่วงนี้ห่างหายไปนานไม่ค่อยได้เข้ามาอัพเดท blog ซักเท่าไหร่ วันนี้ฤกษ์ดีศุกร์ 13 เลยขอเข้ามาขำ ขำ ซะหน่อย จริง ๆ แล้ววันนี้ก็ยังเป็นวันทำงานที่ยุ่งอีกตามเคย (เพื่อน ๆ หลายคนจะเลิกคบแล้วเพราะยุ่งตลอด) แต่ว่า ยุ่งจริง ๆ นะ อิอิอิ *หลังจากที่เคลียร์งานและออกไปหาลูกค้าอีก 2 รายครึ่ง ก็เลยมาคิดกิจกรรมสนุก ๆ ให้เพื่อน ๆ ออฟฟิศได้อีกแล้ว กลับมาก็มานั่งดูโฆษณาอัพเดทกันตลกมาก ๆ ลองดูกันเอง http://www.adintrend.com/show_ad.php?id=1842 ขอย้ำว่าต้องกรอดูตรงผู้กำกับหลาย ๆ รอบจะช่วยเพิ่มความขำได้อีกหลายเท่าตัว เดี๋ยวนี้โฆษณาบ้านเราเน้นความฮาเป็นหลัก ฮากันเข้าไป มีบางชิ้นก็พยายามจะฮาแต่ไม่ฮา พยายามแล้วทั้งเสียงภาคทั้งฉากประกอบ เอ้าก็ดูกันไปช่วย ๆ เค้าหน่อย แต่โฆษณาหลาย ๆ ชิ้นก็สนุก ตลก ยกย่องทีมที่คิดจริง ๆ *วันนี้ตอนหัวค่ำ เจ้านายพาไปกินข้าว จิบเบียร์ ฟังเพลงกันที่ร้าน The Story พัฒนาการ โอ้โห บรรยากาศดีมาก ๆ ลมเย็น ร้านตกแต่งสวยความรู้สึกเราเหมือนเค้าจะแบ่งเป็นมุม ๆ เป็นโซน เราไปนั่งกันที่ริมสระว่ายน้ำ 4 ทหารเสือ (เจ้านาย เลขา อาจารย์ ลูกศิษย์) เม้าส์กันอย่างมันจนไม่รู้ว่าเสียงดังเกินไปหรือเปล่า เพราะเห็นเจ้านายบอกว่าโต๊ะข้าง ๆ หันมามองอยู่กลาย ๆ ดีจริง ๆ ที่วันศุกณืแบบนี้ได้ไปนั่งชิว ๆ (เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ชิว) เพิ่งจะกลับถึงบ้านตอนนี้นี่เอง *วันนี้เรามานั่งคิด ๆ กันกับเจ้านายและทีมว่าจริง ๆ แล้วไอเดียดี ๆ ที่บางครั้ง (ส่วนมาก) เราคิดได้มันไม่ได้อยู่ในห้องประชุม หลาย ๆ ไอเดียเป็นโปรเจคใหญ่ที่เรากำลังทำอยู่ตอนนี้ ก็เกิดจากการที่เราไปหาลูกค้าและนั่งรอประชุม 555 อ่ะ งง งง อ่ะดิ ว่าคิดได้ยังไง เราแค่คิดว่าบางครั้งพอเราได้เห็นอะไรเยอะ ๆ ได้เปลี่ยนบรรยากาศ เปลี่ยนสถานที่ คุยเล่น relax และไม่เครียดหรือตั้งใจคิดเนี่ย ไอเดียมันบรรเจิดอยู่เรื่อยเลย เดี๋ยวนี้เลยต้องคอยพกสมุดและจดและทำเลย ทิ้งเอาไว้นานความคิดมันจะบูด และจะกลายเป็นเพ้อเจ้อไปกันอีก *จริง ๆ แล้วคนที่คิดแล้วไม่ลงมือทำเลย หรือว่าคิดแล้วยังไม่กล้าที่จะทำต้องรอให้คิดไปเรื่อย ๆ คนพวกนี้จะเรียกได้อีกอย่างว่า พวกฝันหวาน ฝันมันเข้าไป ชาติจะได้เจริญมากกว่านี้อีก (แอบหัวรุนแรงอีกและ) เพราะฉะนั้นถ้าเราคิดว่ามันเจ๋งแล้ว หรือดีแล้วก็ลองลงมือทำสักครั้งจะได้รู้ว่าเราถูกหรือผิด ดีกว่ามานั่งคอยพูดว่า เนี่ยถ้าได้ทำคงจะสำเร็จแน่ ๆ หรือ บอกแล้วว่าความคิดนี้เวิร์ค (แต่ไม่ได้ทำนะ 555) โอยมาคุยเรื่องซีเรียสอีกแล้ว
*เปลี่ยนมาทดสอบความสามารถทางสมอง+ร่างกายกันดีกว่า อันนี้ขำ ขำ เอามาจากคุณอู แห่ง rgb72 ซึ่งพวกเราเรียกกันว่า อาจารย์ (เพราะเห็นที่อื่นหลาย ๆ ที่มักจะมีอาจารย์เป็นของตัวเอง --" เลยอยากมีบ้าง) ให้ฝึกพูดประโยคเหล่านี้ด้วยความเร็วสูงขึ้นเรื่อย ๆ
" หมู หมึก กุ้ง หุง อุ่น ต้ม นึ่ง " โอย..ขนาดพิมพ์ยังยากเลย
" ไม้ขัดแตะแหกแตะแหกดูรูแตก "
เอาไป 2 ประโยคก่อน ได้แล้วมาบอกผลกันหน่อยนะว่าเป็นยังไงกันบ้าง คลายเครียด weekend นี้นะจ๊ะ.....จบ
 
Looneytunes