looneytunes's profileI Am LoOneYtuNes...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    31 December

    Happy New Year 2007 jaaa

    สวัสดีปีใหม่ ปีหมูทองนะจ๊ะ * - * เป็นไงวันนี้นั่งรอเขียนบล็อกเลย จริง ๆ แล้ววันนี้ผิดแผนไปหน่อย ตามแผนป่านนี้เราต้องอยู่วัดพระแก้วและตอนนี้คงกำลังไหว้ประตูวัดกับศาลหลักเมืองอยู่ แต่ดันเกิดเหตุฉุกเฉินซะก่อน ก็พวกไร้หัวใจที่คอยก่อกวนบ้านเมืองยังไง วางระเบิดซะ พวกเห็นคนอื่นมีความสุขไม่ได้( ช่างเถอะ ยังไงเราก็ได้ทำในสิ่งที่อยากทำแล้ว) วันนี้พาแม่และน้องไปไหว้พระ เป็นปีแรกที่ไปกันพร้อมหน้า เลยตื่นเต้น ไปถ่ายรูปกัน (รูปมืดไปหน่อย มีปัญหาทางเทคนิค) กลับถึงบ้านประมาณ 3 ทุ่ม * ไม่น่าเชื่อว่าทุกอย่างปิดหมดเลย อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นห้าง ซุปเปอร์มาร์เก็ต หรืออะไรก็ตามที่จะเป็นที่รวมตัวได้ ถนนข้างนอกวันนี้เลยดูเงียบเหงา เราเลยกลับมาอยู่แบบปลอดภัยและอบอุ่นที่บ้านดีกว่า * วันนี้มีคนส่ง sms มาอวยพรตั้งแต่เช้าเลย มีมาเรื่อย ๆ เราเลยนั่งคิดอยู่นานว่าจะส่งว่าอะไรดี ก็เลยได้ sms สั้น ๆ มาต้องรีบส่งซะแล้ว เพราะถ้าเที่ยงคืนเกรงว่า network จะ busy ส่งเสร็จเรียบร้อยด้วยความลำบาก (แต่ตั้งใจมาก ๆ ๆ ๆ ) เนื่องจากเราส่งออก ก็มีคนส่งเข้ามาเรื่อย ๆ ส่งกันไปกันมาเครื่องจะ งง อีก (โทรศัพท์ไฮโซก็เงี๊ย...ไม่อยากจะคิดเลยว่า stealth ของเจ้านายจะเป็นอย่างไร ถ้ามีคนส่งเข้าส่งออกเยอะ ๆ 555) ทีม rgb72 จากสถิติพี่อู ส่ง sms เป็นคนแรก เราเป็นคนที่ 2 ตามมาติด ๆ ด้วยพี่เก่ง my boss นี่เอง และต่อด้วยพี่บี รั้งท้ายมาด้วยพี่วุด ส่งมาหลังเที่ยงคืน ส่วนไอ้ปิง ไอ้แอน และคนอื่น ๆ ไม่รู้หายไปไหน สงสัยจะ get drunk ไปแล้ว อิอิ.....เอ่อ มาขอเพิ่มเติมอีกนิดนึง ไอ้ปิงมาแว้วว ส่ง sms มา 01.18 น. สรุปตอนนี้ขาดน้องแอนนะคะ *
     
    อีก 2 นาทีจะเที่ยงคืน เราคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรข้ามปีดีน้า พอดี my boss ออนไลน์มา my boss จะไปนับเงิน (รวยกันใหญ่) แย่แล้วไม่ได้เตรียมเงินไว้นับ นั่งดูแต่สมุดบัญชีได้หรือป่าวหว่า ว่าแล้วไม่ทันแล้วอีก 30 วิ ไปดีก่า เลยอุ้มไอ้หมาน้อย ไปรวมตัวกะแม่และน้องข้างบน 5 4 3 2 1 0 นอนเลย นอนนิ่ง ๆ บิดขี้เกียจ พักผ่อน ในฝจคิดว่าปีหน้าจะได้พักผ่อน แล้วก็ลุกไปไหว้พระด้วยกัน จบงาน countdown *
     
    สถานการณ์สด ๆ ตอนนี้ระเบิดอีกแล้วที่ประตูน้ำ โอย ปีใหม่นะนี่...
     
    ไปนอนดีกว่าบอกแล้วไงว่าต้องพักผ่อนเยอะ ๆ ก่อนที่จะสู้ สู้ กันต่อในปีนี้
     
    HAPPY NEW YEAR 2007!!!
    I wish you have a GREAT life,
    I wish you HEALTH,
    I wish you WEALTH,
    I wish you LOVE...na ka ^ - ^
     
    Looneytunes
    30 December

    วันหยุดวุ่นวายก่อนปีใหม่

    มาอัพเดทชีวิตกันหน่อย....
     
    วันหยุดผ่านมา 3 วันแล้ว แต่ยังไม่รู้สึกเหมือนได้หยุดเลย วันแรกของวันหยุดยังต้องไปทำงาน เนื่องจากลูกค้าไม่ได้หยุดด้วย อิอิ วันที่สอง(เมื่อวาน) ก็ยุ่งอยู่กับการ shopping พาแม่ออกไปซื้อของ ตอนเย็นก็ออกไปหาซื้อของเข้าห้องใหม่อีก แต่ยังไม่ได้อะไรกลับมาเลย แย่จริง ๆ  วันนี้ออกไปทั้งวันไปมาหลาย ๆ ที่มาก แต่ก็ยังไม่ได้อะไรกลับมาอยู่ดี อิอิ ตอนนี้เริ่มจะไม่ปลื้มตัวเองแล้ว น้องเราบอกเราว่าอย่าเนียนมากได้มั๊ย 55 เนื่องจากวันนี้ไปเดินจตุจักร อยากได้ดอกๆไม้มาลอยน้ำก็เลยเดินเลือก ๆ อยู่หลายร้านมาก ๆ น้องเราก็บอกว่ามันก็เหมือนกันหมด เราบอกไม่ได้อยากได้สีขาว ๆ ๆ ๆ เยอะ ๆ หน่อยจะได้สวย ๆ ตรง concept น้องเราเลยบอกว่ามันมีแค่นี้แหล่ะ ถ้าอยากได้สีขาวก็ให้คว่ำดอกไม้เอาตูดขึ้นมาลอยแทน!!! เอ่อ..น้องตู T-T *
     
    ก่อนกลับบ้านก็เลยซื้อของกลับมากินพร้อมกับหนังอีกแล้ว วันนี้กะว่าจะปาร์ตี้กัน 2 พี่น้อง วันหยุดนี้เราไม่อยากไปปาร์ตี้ข้างนอกเลย ไม่รู้เป็นไร อยากอยู่บ้าน (แต่ออกทุกวัน) สงสัยกลัวอีกแล้วว่าเดี๋ยวเปิดทำงานเราก็ต้องไปอยู่ห้องคนเดียวแถว ๆ ออฟฟิศแล้ว เลยคิดถึงบ้าน คิดถึงแม่ คิดถึงหมาน้อยด้วย ไหน ๆ ก็พูดถึงหมาน้อยแล้ว วันนี้เล่าเรื่องเจ้าออกัสให้ฟังหน่อยดีกว่า *
     
    แนะนำตัวหมาน้อยก่อน
    ชื่อจริง (อังกฤษ) August = ออกัส
    ชื่อจริง (ฝรั่งเศส) August = อองกูส
    ชื่อจริง (ญี่ปุ่น)    Gustjung = กัสจัง
    ชื่อเล่น             ไอ้กัส
    เพศเมียแต่ชอบคิดว่าตัวเองเป็นเพศผู้
    ชอบ ทำทุกอย่างที่หมาไม่ค่อยทำ
     
    ไอ้กัสเป็นหมามึน มันเหมือนจะดูโง่ ๆ แต่ว่าที่จิงมันรู้แต่กวนบาทา เราเชื่อคำพูดที่ว่าหมาจะเหมือนเจ้าของ แล้วก็หมาจะรู้จักเจ้าของตัวเองดี เพราะทุกครั้งที่เราไม่สบายใจ หรือป่วย ไอ้กัสจะเป็นตัวแลกที่เข้ามาหาเรา ถ้ามันเห็นเรานอนมันจะกระโดดขึ้นมานอนบนตัว (บางครั้งจุก กับน้ำหนักเกือบ 10 กก ของมัน) มันจะไม่รู้ตัวว่าควรจะเดินมานิ่ม ๆ จะกระโดด ๆ ๆ เหมือนกระต่ายมา อึก!! จุก หรือเวลาเราเศร้าไอ้กัสมันจะเข้ามาอยู่ข้าง ๆ เอาตัวมาติด ๆ เรา เราเข้าใจว่าคงเหมือนกับการกอด หรือปลอบ เพราะเรารู้สึกดีขึ้นมาก ๆ * แต่ก็อีก บางครั้งก็กวนสุด ๆ จนเราเข้าใจเลยว่าคนอื่นจะรู้สึกยังไงเวลาเรา... 555 ไอ้กัสนะเวลาเรียกมันจะไม่มา แต่มันจะมาตอนเราไม่เรียก หรือไม่ต้องการ เป็นหมานอนกรน ขี้เซา นอนก่อน ตื่นที่หลัง ปลุกก็ไม่ได้ โกรธอีก (ตอนนี้นอนกรนเสียงดังมาก อยู่บนตักเรา วันนี้อาจเขียนได้ไม่จบ เพราะเมื่อยแล้ว) * หลายครั้งที่มันทำให้เรารู้ว่าความผูพันมันส่งถึงกันได้จิง ๆ อย่างเรื่องนี้เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน เราไม่สบายมากหายใจไม่ออก มือเท้าชาไปหมด วันนั้นไปหาลูกค้ากับพี่วุด พี่เก่ง ทั้งวัน ประมาณ 4-5 โมงเย็นเริ่มเป็นและหนักขึ้นเรื่อย ๆ ดีนะที่ได้พยาบาลหนุ่ม 2 คนช่วยตลอด (เหมือนเราเป็นเจ้าหญิงเลย) ตัดมาฉากที่บ้านแม่บอกว่าไอ้หมาน้อยเป็นไรไม่รู้ ซึมมาก ไม่เล่น ไม่กวน... แล้วก็คอยวิ่งวนระหว่างโทรศัพท์กะประตูบ้านตลอด ใครผ่านหรือรถผ่านก็จะลุกมาดู แม่เลยรู้สึกไม่ได้ โทรหาเรา เราก็ไม่รับ (ตอนนั้นไม่ได้พกโทรศัพท์ เพราะใจจะขาดและ) แม่โทรมาหลายรอบมาก ๆ เราเพิ่งจะรับตอน 3 ทุ่ม ไม่สบายจิง ๆ แม่บอกว่าถ้าไอ้หมายน้อยไม่บอกก็ไม่รู้หรอก *
     
    เมื่อกี๊ได้คุยกะเจ้านายทาง msn แป๊บเดียว ยังมีงานมาให้คิดอีก พอคิดถึงเรื่องงานก็รู้สึก ได้ 2 อย่าง คือ 1 ปี 2007 ต้องสนุกแน่ ๆ ตื่นเต้นมาก ๆ กับงานที่จะได้ทำถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่าผลที่ได้จะออกมาเป็นยังไง แต่อย่างน้อยก็ได้ทำกับคนที่เราอยากทำ แล้วเค้าก็อยากทำกะเราด้วย ไม่ว่าจะเป็นไงก็ สู้ สู้ สู้ตายค่ะ !!! แต่อย่างที่ 2 คือ ไม่อยากให้ถึงวันเปิดทำงานเลย งานค้างเยอะมาก ๆ ณ บัด now ยังคิดไม่ออกว่าจะเริ่มทำอันไหน อย่างไรดีเลย นี่ยังไม่รวม Project ใหม่ที่คิดจะเริ่มนะ แค่คิดก็กลัวจิง ๆ * ไปนอนดีกว่า พรุ่งนี้มีภารกิจดูหนังมาราธอน แล้วก็เตรียมตัวไป countdown ที่วัดพระแก้วเหมือนเดิม คราวนี้ไปทั้งครอบครัวต้องหนุกแน่ ๆ โดยเฉพาะคู่ พี่น้องมหาประลัยอย่างเราและน้องสาว 5555 แล้วจะมาเล่าให้ฟังพร้อมรูปงาม ๆ นะ Goodnight...
     
    Work Hard, don't forget to Play as Hard!!!!
    Looneytunes
     
     
    29 December

    HongKong Trip Christmas 2006

    Merry Christmas & Happy New Year !!!!
     
    รีบ add รูป HK trip ไปก่อนตั้งนาน เพิ่งจะมาเริ่มเขียน blog เนื่องจากเวลามีไม่พอ เลยต้องรีบโชว์รูปก่อน * ครั้งแรกกับการไปต่างประเทศ ตื่นเต้นมาก ๆ นอนไม่หลับตั้งแต่คืนก่อนไป ไม่ใช่กลัวเครื่องบิน แต่รู้สึกกังวลหลาย ๆ อย่าง เรื่องอากาศจะหนาวมากแค่ไหน (เพราะมีคนขู่ว่า 9-18 องศา) เราไม่ชอบหนาวมากเลยกังวลว่าจะต้องตายแน่ ๆ กังวลว่าจะสนุกป่าว กังวลว่าจะได้นอนยังไง คิดถึงแม่ด้วย *
     
    แต่พอไปถึงไม่เป็นอย่างที่กังวลซักอย่าง ทุกอย่างดูดี ok ไปหมด ตั้งแต่ลงเครื่อง พอได้สูดอากาศที่มาเก๊านี่ สดชื่นจริง ๆ อากาศที่นู่นเย็นจริง ๆ แต่มันเย็นแบบสดชื่นมาก ๆ ไม่เหมือนที่นี่เลย พอไปถึงมาเก๊า สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือเดินทางไปที่ท่าเรือนเพื่อเอามัมภาระทั้งหลายไปเก็บก่อน ก่อนที่จะเริ่ม adventure ที่มาเก๊า ฝากสัมภาระเรียบร้อยแล้วพวกเราทีม rgb72 ก็ตรงไปหาอะไรใส่ท้อง อาหารมื้อแรกที่ฮ่องกงคือ บะหมี่เห็ดหอม ราคา 15 เหรียญ (ประมาณคร่าว ๆ ว่า 70 กว่าบาท) อร่อยมาก ๆ ถือว่าคุ้มกับราคานะถ้าเทียบกับคุณภาพของทรัพยากรที่ใช้ อิ่มไปหนึ่งมื้อ จากนั้นก็ go go go ไปคาสิโนเลย อิอิ อยากเห็นมานานแล้วเคยเห็นแต่ในหนัง ออกมาจากคาสิโน หมดตัวเลย ( 20 เหรียญ 5555) *
     
    จากนั้นก็นั่งเรือเฟอรี่ข้ามฝั่งไปเกาลูน ไปที่พัก โรงแรม ok นะแต่ห้องเล็กจากตอนแรกเราคิดว่าคงจะนอนกะพี่อู พี่วุดได้ ตอนนี้คงไม่สะดวกเท่าไหร่ เลยไปนอนกะเจ้านายและเดอะเมีย (ไม่รู้ว่าเป็นก้างป่าว แต่เป็นไปแล้ว อิอิ) * แล้วการเดินทางก็เริ่มขึ้น ทีม rgb72 ได้เริ่มเดิน ๆ ๆ เพื่อไปหาของกิน เดินเล่นตลาดนัด ของที่นั่นก็คล้าย ๆ กะของบ้านเรา แต่แพงกว่า เลยไม่ได้อะไรกลับมา หลังจากนั้นก็เดินไปถ่ายรูปสนุกมาก ๆ ยิ่งดึกยิ่งอากาศดี กลับถึงห้องประมาณเกือบเที่ยงคืน นอนนนนน นอนไม่ค่อยหลับไม่ชินกับการนอนเงียบ ๆ มืด ๆ *
     
    วันที่ 2 ที่ดิสนีย์แลนด์ ตื่นมาตั้งแต่ 7 โมงเช้า เตรียมตัวออกเดินทาง เราต้องนั่งรถไฟใต้ดินจากสถานีจอร์แดน ไปต่อรถไฟอีกขบวนเพื่อไปดิสนีย์แลนด์ แต่ระหว่างทางไปแวะพักให้ผู้โดยสารท่านนึงเข้าห้องน้ำก่อน ก็เลยได้ขึ้นรถไฟ 3 รอบ ไปถึงดิสนีย์แลนด์ อลังการมาก ๆ ได้ดูโชว์ The lion king ที่สุดยอด ได้นั่งเรือข้าม amazonและไปบ้านทาร์ซานใน zone ของ adventure และก็ได้ไปถ่ายรูปในดินแดนเทพนิยาย บรรยาการรอบ ๆ ตัวมีแต่ดิสนีย์ แม้แต่ขวดนมถั่วเหลือง ไม่จิ้มฟัน กระดาษ ฯลฯ เราเลยไม่ต้องซื้อของที่ระลึกเลย 555 (ใจจริงอยากจะเก็บนมมาฝาก แต่กลัวมันจะหายเย็นนะเลยเหลือแต่ขวด อิอิ * วันนี้เหนื่อยมาก ๆ แต่ก็มีพลังมาก ๆ เหมือนกัน สู้ต่อ เราออกจากดิสนีย์แลนด์ประมาณ 3-4 โมงเย็น แต่ก็อยู่ที่เกาะฮ่องกง เพราะจะมาถ่ายรูปกับตึก และต้นคริสต์มาส ในเมืองนี่สวยงามจริง ๆ ดูไปดูมาเกือบคล้าย ๆ สีลมบ้านเรา เป็นแหล่งออฟฟิศเลย หาของกินลำบากมาก ถ่ายรูป ๆ ๆ ๆ สุดท้ายไปจบที่ Mcdonald มื้อนี้ .....นั่งเรือกลับเกาลูน.....
     
    พอมาถึงก็แยกกันเดินโดยแบ่งเป็น 3 ทีม 1. คือ my boss& เมีย  2. คือ เรากะพี่วุด (ขอขอบคุณด้วยใจจริง เป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวมาก ๆ)  3พี่อู ฉายเดี่ยว เนื่องจากพี่อูจะชอบถ่ายรูปมาก ๆ และจะชอบมากเป็นพิเศษที่จะถ่ายอะไรก็ได้ที่เป็นสิ่งไม่มีชีวิต 5555 (ล้อเล่นน่า) คือว่าถ้าเราจะให้ถ่ายรูปให้ เราต้องคิด concept และคิดถึงผลที่จะได้รับไปให้ พี่อูถึงจะถ่ายให้ เช่น ถ่ายรูปตรงนี้แล้วได้อะไร???* - * 55 *แต่เผอิญคนอย่างเราเนี่ย ไม่มีปัญหาเพราะเรื่องคิด concept ถ่ายรูปเนี่ย เหมือนเกิดมาคู่กันจิง ๆ เราเลยบอกว่า ถ่ายรูปนี้แล้วจะได้เห็นคนข้างล่างไง (พอดีตรงนี้อยู่บนสะพานชั้น 2 ของโบสถ์เก่า ซึ่งพื้นเป็นเหล็กที่มองทะลุข้างล่างได้) oh พระเจ้า ได้ผลแฮะ เลยได้ถ่ายตั้งหลายรูป 555 (ต้องขอขอบคุณตากล้องส่วนตัวอีก 1 คน) * เดิน ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ shopping มหาโหด กะเรา ทำให้พี่วุดหลังเดี้ยงไปเลย บ่นปวดหลังโรคของผู้สูงอายุน่ะ 55 กลับมาถึงห้องพักประมาณเกือบ 4 ทุ่ม เจอพี่เก่งกะเมียกลับมาก่อนแล้ว เราเซ็ง ๆ ไม่อยากอยู่ห้อง พอดีพี่อูกลับมาทั้งทีม เลยตกลงกันว่าจะไปเดินเล่นต่อที่ monk kok โอ้โห amazing มาก ๆ เหมือนข้าวสารบ้านเรา แต่ใหญ่กว่าหลาย ๆ ๆ เท่า โอ้ เศร้าจัง ทำไมมาเจอเอาป่านนี้ เวลาไม่พอแล้ว เลยเริ่มเดิน ๆ ๆ ๆ แวะ ๆ ๆ ๆ shop ๆ ๆ ๆ แต่ด้วยสงสารทีมที่แต่ละคนอาจจะเหนื่อย เลย ok กลับที่พัก วันนี้กลับดึกประมาณ ตี 1 ได้มั๊ง แล้วก็อาบน้ำนอน อ้อ ได้แช่น้ำร้อนในอ่าง ทำให้รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย คืนนี้นอนหลับสบายด้วย iPOD พี่วุดจิง ๆ (ของคุณ iPOD ที่ช่วยชีวิต) *
     
    วันสุดท้ายแล้วตื่นสายจนได้ ตื่นมาประมาณ 9 โมง วันนี้โปรแกรม ชิว ชิว คือ ตื่นมาหาไรกิน ไปวัด แล้วก็พักผ่อนตามอัธยาศรัย เลยเรื่อย ๆ ไม่ได้เร่งรีบอะไร ไปกินโจ๊กที่ จิม ซา จุ่ย คนขายพูดไทยได้ด้วย ในร้านเจอแต่คนไทย หลังจากนั้นก็หาทางไปวัดกัน วัดแรกเป็นวัดที่ให้ไหว้พระเลย สวยดี รู้สึกดีที่ได้ไปไหว้พระ แต่วัดที่ 2 เป็นกึ่ง ๆ สถานที่ท่องเที่ยว เป็นเหมือนวัง เราจำชื่อไม่ได้ เดี๋ยวไปดูแผนที่แล้วจะมาแก้อีกที ที่นี่สวยมาก ๆ ทุกอย่างเนียนมาก ๆ รู้สึกประทับใจเลย perfect place จิง ๆ * ได้เวลาต้องรีบแล้ว เพราะเราต้องไปเอาของที่โรงแรมก่อน 4 โมงเย็น แวะกินข้าวแถวโรงแรม และตรงดิ่งไปที่ท่าเรือ เนื่องจากมาถึงท่าเรือเร็วกว่าปกติ เลยออกไปเดินเล่น ที่แถว ๆ star avanue ซักหน่อย เมื่อคืนเราไม่ได้ไป บรรยากาศสวยดี คนเยอะมาก ๆ ได้ถ่ายรูปนิดหน่อยต้องรีบกลับไปท่าเรือแล้ว นั่งเรืออีกเกือบ 2 ชม มาเร็วอีกแล้วพอมีเวลาเหลือ เลยแวะหาของกินแถวท่าเรือด้วยความชะล่าใจ อาหารมือ้สุดท้ายที่ฮ่องกงคือร้านเดิมที่เป็นมื้อแรก บะหมี่เห็ดหอม ชอบใจจิง ๆ มาดูเวลาอีกทีแย่แล้วเหลือเวลาอีก 30 นาที ต้องไปเช็คอินที่สนามบินให้ทัน *
     
    วิ่งกันไม่เหลือความสวยเลย แอบคิดกันว่าต้องทัน เพราะนั่ง taxi ไม่ถึง 10 นาที แต่พอออกไปถึง โหมีคนรอ taxi ประมาณ 30 คิว ไม่ไหวแล้ว รถเมล์ก็รถเมล็ ขึ้นไปได้ซักพัก เจอรถติดมาก ๆ (ตื่นเต้นจิง ๆ) พี่เก่งเลยไปถามคนขับว่าอีกไกลมั๊ย กว่าจะถึงสนามบิน คนขับบอกว่าประมาณ 1 ชม!!! โอย ไม่ได้แล้ว ลง ลง ด่วน สรุปเราต้องวิ่งข้ามฝั่งมาขึ้น taxi มาถึงสนามบินทันเวลาพอดีมาก ๆ นึกว่าจะได้อยู่ต่ออีก 1 คืนซะแล้ว..... กลับถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพ มีความสุขมาก ๆ หวังว่าจะได้ไปอีกบ่อย ๆ บายยยย *
     
    We Love HongKong!!!
    looneytunes
     
     
    20 December

    คนเก่งจริงไม่เรื่องมาก คนฉลาดจริงไม่มากเรื่อง

     
     วันนี้เครียดอีกแล้ว! ความรู้สึกเหมือนว่าจะอยู่ในโลกนี้ไม่ได้ เพราะเราสามารถอยู่กับคนบนโลกนี้ได้อย่าง happy แต่ทำไมกะคนเพียงกลุ่มเล็ก ๆ ไม่ถึง 5 คน มันถึงได้ดูยากไปซะหมด ...คิดถึงเพื่อน คิดถึงครอบครัว คิดถึงคนที่อยากคิดถึงรอบข้าง บางทีก็รู้สึกเหมือนเดินอยู่คนเดียว (หรือว่าเราเดินเร็วไป คนอื่นตามไม่ทัน) * บางคนอาจแปลกใจที่ทำไมอ่านทีไรเหมือนจะเครียดจังช่วงนี้ อาจเป็นเพราะงานเยอะ แต่คนทำน้อย หรือว่ามีหลายเรื่องให้ต้องคิดและตัดสินใจหลายเรื่องช่วงนี้ แต่ว่า ปัญหามีเอาไว้ให้แก้นะจ๊ะ และเราก็ยังเชื่อมั่นว่า ทุก ๆ  1 ปัญหา จะมีหลาย ๆ ทางออกรอเราอยู่เสมอ เพียงแค่มันรอให้เราเลือกทางออกที่ดีที่สุดอยู่เท่านั้น พอคิดขึ้นมาได้ ก็สบายใจกันไปที สู้ สู้เข้าไว้สิ * เศร้าแล้วเปลี่ยน....(เรื่อง) วันนี้เกิดเหตุการณืตื่นเต้นแต่เช้าเลยเกือบไปเซ็นต์สัญญากะลูกค้าไม่ทัน 55 มัวแต่หาซื้ออากรแสตมป์ แย่ แย่ แย่ กว่าจะไปถึง ดีนะที่ตีซี้ไว้เรียบร้อยแล้วเลยแทนที่จะเป็นคำด่ากลับเป็นชม เวลาอยู่กับลูกค้านี่ happy มาก ยิ่งเวลาเห็นเค้า happy กับสิ่งที่เราตั้งใจจะให้นะ เป็นความรู้สึกยอดเยี่ยมมาก ๆ กลับจากลูกค้าก็มีเรื่องให้คิดอีก สงสาร my boss จัง ทำงานเยอะ เหนื่อย แถมยังไม่มีคนเข้าใจอีก (นี่แหล่ะ ยิ่งสูงยิ่งหนาวของจริง อิอิ สู้ สู้ นะ my boss) * พอตกเย็นกลับบ้านก็เม้าท์แตกกับ taxi อีก ได้มุมมองอีกแบบนึงของชีวิต จากคนที่เคยทำงานดี ๆ ต้องมาโดนปลดกลางอากาศเพราะเศรษฐกิจ จนต้องมาขับ taxi...จากคนที่เที่ยว zantika มีเด็กมาต้อนรับมากมายอย่างดี เดี๋ยวนี้ต้องมาโดนกัปตันดูถูก ว่าทำไมต้องพาคนขับ taxi มาเที่ยว ชีวิตมันไม่แน่นอนจริง ๆ แต่เค้าบอกว่าการขับ taxi ก็ทำให้ชีวิตเค้ามีสีสันมากขึ้นกว่าเดิมจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากชีวิตเรียบง่ายทำงานออฟฟิศ กินเหล้ากับเพื่อน ต้องมาเจอกับคนหลากรูปแบบ หลายประเภท ในรถ taxi ตั้งแต่คนแก่พูดไม่รู้เรื่อง คุณป้าชอบเอาแต่ใจ ผู้หญิงมาให้...แลกค่ารถ เกือบเอาชีวิตไม่รอดจากพวกนักเลงวัยรุ่น คุณป้า(แต่เค้าเรียกตัวเองว่าพี่)ตัณหากลับ เมาไม่กลับเพราะหลับอยู่บนรถ 555 หลากหลายจริง ๆ คนขับอายุเพิ่ง 34 ปีเองแต่ดูท่าทางจะผจญภัยมาเยอะตั้งแต่เริ่มขับ taxi แต่พี่โชเฟอร์เค้า idea ดีมาก ๆ เค้าคิดจะทำมาตรฐานรถ taxi ให้ดี มีการอบรม ทั้งหัดขับ การพูดคุย มารยาท เส้นทาง ทางลัดต่าง ๆ ให้กับโชเฟอร์ใหม่และมีใบประกาศ เพื่อให้คนนั่งรู้สึกว่าถ้าเป็นรถแบบนี้ รับรองปลอดภัย 100% สงสัยจะทำแบบ Mcdonald หรือ KFC อิอิ(ความคิดเดี๋ยวกะเรา ที่เคยคิดไว้เลยคุยกันได้หน่อย) ยังไงหนูเอาใจช่วยด้วยแล้วกันนะคะ อยากเห็นสังคมไทยมีคนแบบนี้มากมาย * เมื่อกี๊เข้าไปหาอะไรอ่านขำ ขำ ในเว็บ ปรากฏเจอบทความดี ๆ จากวินทร์ เรียววาริณ เลยเอามาแชร์ให้อ่านดูแล้วลองมาคอมเม้นท์กัน ว่าเราเองน่ะเป็นคนแบบไหน!!! (ส่วนเราคงเป็นคนใกล้จะเก่ง เกือบจะฉลาดแล้วอ่ะมั๊ง 5555)* 
     
     
     

    คนเก่งจริงไม่เรื่องมาก   คนฉลาดจริงไม่มากเรื่อง

    โดย วินทร์ เลียววาริณ.

     วันแรกที่เข้าเรียนในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ผมพบเรื่องอัศจรรย์อย่างหนึ่งเมื่อรุ่นพี่บางคนบอกว่า

    "การอดนอนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเรียนในคณะนี้"

     

    วันสุดท้ายในคณะนี้ ผมพบว่าตั้งแต่เรียนมาห้าปี   ไม่เคยต้องอดนอนเลย

    ยกเว้นเมื่อต้องทำงานกลุ่ม ทั้งนี้มิใช่เพราะผมทำงานเร็วกว่าคนอื่น ...

    แต่เพราะผมไม่เชื่อในทัศนคตินั้น   จึงพยายามพิสูจน์ว่ามันไม่จริง

    และพบว่า การวางแผนที่ดีแก้ปัญหาได้ทั้งหมดแม้แต่การสร้างสรรค์งานศิลปะ..

    ที่น่าขันก็คือ น้อยคนที่อดนอนได้คะแนนดี

     

    ผมเป็นมนุษย์เงินเดือนมานานร่วมสามสิบปี..ห้าปีในนั้นผมทำงานในต่างประเทศ

    .. เมื่อกลับมาเมืองไทย ผมพบเรื่องอัศจรรย์อีกเรื่องหนึ่ง

    นั่นคือหลายคนมองการก้าวเท้าออกจากสำนักงานตรงเวลา " เป็นเรื่องประหลาดที่สุดในโลก "

     

    ผมรู้ความจริงภายหลังว่า ...

    คนจำนวนมากไม่ยอมออกจากสำนักงานตรงเวลา

    เพื่อแสดงให้เจ้านายเห็นว่า ตนเองขยันขันแข็ง ยิ่งอยู่ดึก ยิ่งเป็นพนักงานตัวอย่าง เสียสละเพื่อองค์กร  

    น่ายกย่องชมเชย บ่อยครั้งมีผลถึงการได้รับโบนัสตอนท้ายปี..

    เนื่องจากเจ้านายมักเห็นหน้าเห็นตาใครคนนั้น หลังเวลาเลิกงานแล้วเสมอ

     

    หากไม่เคยทำงานในต่างประเทศมาก่อน ผมอาจเข้าร่วมวงไพบูลย์ " มาสายกลับดึก " ด้วย

    แต่หลายปีในชีวิตการทำงานในประเทศที่มีประสิทธิภาพในการจัดการที่สุด..

    ทำให้เห็นค่าเวลาทุกนาทีในชีวิต ผมกลับมองว่าคนที่อยู่ดึกเป็นประจำคือพวกไร้ประสิทธิภาพ 

    ไม่สามารถทำงานให้เสร็จทันเวลา . จึงต้องอยู่ดึก

    ยิ่งทำงานมากชั่วโมงยิ่งแสดงถึงการทำงานโดยไม่มีการวางแผน ไม่มองภาพรวม

     

    ลองคิดดู ....

    การอยู่ดึกเพื่อทำงานพิเศษหนึ่งคืนหมายถึงค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น

    เครื่องปรับอากาศทำงานมากขึ้น ค่าทะนุบำรุงสูงขึ้น

    ผลกระทบต่อคนทำงานคือพักผ่อนน้อยกว่าที่ควรเป็น

    ยิ่งอยู่ดึก ประสิทธิภาพของงานในวันถัดไปยิ่งตกต่ำลง

     

    มือกระบี่ชั้นหนึ่งในแผ่นดินมองท่วงทีของศัตรูอย่างระวัง ตวัดกระบี่ในมือเพียงฉับเดียว ก็เข่นฆ่าฝ่ายตรงข้าม

    มือกระบี่ชั้นรองต้องประกระบี่ดังโคร้งเคร้งนานนับชั่วโมง ราวกับอยากบอกโลกว่า .. ข้าก็ใช้กระบี่นะโว้ย

    โลกรับรู้ แต่คมกระบี่ก็บิ่น ต้องเสียเวลาลับกระบี่อีกหลายวัน

     

    งานดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องตรงเวลาด้วย

    งานดีไม่มีทางเกิดขึ้นตามยถากรรม หรืออารมณ์ขึ้นลง

    ไปจนถึงความหนาแน่นรัดกุมของกฎเกณฑ์ " ตอกบัตร"

    ปริมาณเวลาในการทำงานชิ้นหนึ่งไม่ได้เป็นสัดส่วนกับคุณภาพของผลงานเสมอไป

    บ่อยครั้งเป็นปฏิภาคกัน .หลายครั้งงานที่ให้เวลาน้อย กลับออกมาดีกว่างานที่ให้เวลามาก

     

    "คนเก่งจริงไม่เรื่องมาก คนฉลาดจริงไม่มากเรื่อง

    ทำงานเสร็จแล้วก็เลิก! ไม่ต้องรอเทวดาบนสวรรค์วิมานมารับรู้ "

    เพราะถึงเวลานั้นเทวดาก็กลับบ้านไปแล้ว..

    Goodnite....Looneytunes!

    17 December

    work hard, play as hard.

    2 สัปดาห์อันตรายจริง ๆ ก่อนจะขึ้นปีใหม่ ได้เจออะไรใหม่ ๆ เราต้องมานั่งทำงาน สะสางงานในปีนี้ให้ทันซะก่อน (แต่ไม่แน่ใจว่าจะทัน 555) เมื่อวานเข้าไปทำงานที่ออฟฟิศกลับบ้านเกือบเที่ยงคืน งานก็ยังไม่เสร็จ อีกใจนึงก็ท้อ เพราะคิดไม่ออก ไม่รู้จะเริ่มยังไงก่อนดี แต่อีกใจนึงก็ โ ค ร ต สู้เลย ไม่รู้ทำไมพอคิดถึงลูกค้าแล้วมีพลัง (ถึงแม้ว่าจะคิดไม่ออกก็ตาม) * เมื่อวานรู้สึกไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่นัก เราเลยแยกมานั่งทำงานคนเดียวในห้องประชุม เพิ่งรู้ว่าการนั่งคนเดียวก็เงียบดี มีแต่เสียงเพลงที่เราชอบกับความคิดในใจเท่านั้น พี่วุดกะพี่เก่งอยู่ข้างนอก แต่ได้ยินเสียงเหมือนนั่งอยู่ใกล้ ๆ เป็นระยะ ระยะ... แล้วพี่ ๆ ทั้ง 2 คน ก็เข้ามาหาเรา เป็นระยะ ระยะ เหมือนกัน รู้สึกดีนะ ดูทุกคนเป็นห่วงเรามาก ๆ เลย จนบางครั้งรู้สึกว่าเป็นห่วงกันมากไปหรือป่าว แต่ก็ดี เหมือนมีพ่อหลาย ๆ คน (เอ..ไม่ดี เพราะมีแม่คนเดียว เอาใหม่) เหมือนเป็นดาราเลย 55 มีแต่คนให้ความสนใจ ต่อไปนี้ถ้าใครถามว่ามีแฟนยัง ? เราคงต้องตอบว่า มีแต่เพื่อนค่ะ แค่เพื่อนเท่านั้นค่ะ หรือจะตอบว่าไม่มีค่ะ มีแต่ลูก 2 คน ดี * กลับถึงบ้านก็นอนหลับเลย แย่ แย่
     
    * วันนี้ตื่นมาอากาศเริ่มเย็นแล้ว เลยออกไปเดินเล่นกับแม่ที่แฟชั่นไอร์แลนด์ (อย่าคิดว่าชนบทนะ รู้หรอกน่า) ไปเดินดูเสื้อหนาวเตรียมตัวไปฮ่องกง ได้ข่าวว่าหนาวมาก เราต้องแย่แน่ ๆ ได้มาแล้ว ดูดี มีชาติตระกูล อิอิ จะเอามาสู้กะพี่วุด เพราะพี่วุดไปได้เสื้อหนาวไหมพรมแบบคุณชายมา เราเลยยอมไม่ได้ * กำลังจะกลับบ้านหายใจไม่ออกอีกแล้ว เลยไปหาหมอดีกว่า ลองเช็คดูซะหน่อย ช่วงนี้อ่อนแอจัง ทั้งกายและใจเลย สู้ สู้... แต่หมอกลับบอกว่า ไม่รู้ครับ ไม่รู้ว่าเป็นอะไร T - T งงเลย แล้วกรูจะรู้ดีมั๊ยเนี่ย แต่คิดว่าน่าจะเป็นเกี่ยวกับหลอกลมเลยให้ยาขยายหลอดลมมา (อาการประมาณ แน่นหน้าอก หายใจไม่ออกต้องหารใจลึก ๆ แรง ๆ ซักพักมือ ขา ตัวจะชา ถ้าใครรู้ขอข้อมูลหน่อยก็ดีนะ) หลังจากนั้นกลับบ้านนอนหลับยาวเลย เพิ่งตื่นมาตอนเย็น มาทำงานต่อ ชีวิตสู้ สู้ จริง ๆ *
     
    ข่าวร้าย แย่ แย่ แย่ ....save งานมาใน thumbdrive ซวยจริง ๆ เปิดไม่ได้ ต้องนั่งทำใหม่ตั้งแต่แรก เท่ากับว่า เมื่อวานที่ทำงานถึงเที่ยงคืน = 0 Oh my god!! ok ไม่เป็นไร วันนี้ขอ chill chill แต่ยังไงไม่เสร็จอาจตายได้ *
     
    ช่วงนี้จิตใจสับสน ว้าวุ่นหลายเรื่องจัง อีกด้านนึงก็มีความสุขมาก ๆ เลยนะ กับชีวิตที่ผ่านมาช่วงนี้ บางมีช่วงความรู้สึกว่าอยากอยู่กับเวลานี้นาน ๆ จัง แต่ว่าอย่างที่เค้าว่ากันว่า เวลาเรามีความสุขเวลาจะผ่านไปรวดเร็วมาก จริง ๆ แต่มาคิด ๆ ไปแล้วก็ยังดีมาก ๆ เลยนะ ที่ยังได้มีความสุขมาก ๆ แม้ว่าจะแค่ 1 นาที หรือ 30 วินาที เท่านั้น * บอกแล้วว่าในเรื่องร้าย ๆ ก็จะมีเรื่องดี ๆ ซ่อนอยู่เสมอ * ไปทำงานก่อนนะ แล้วพบกันใหม่
     
    Looneyyyyyyyyytunes!
    11 December

    Lonely NigHt...

    Missing of NANO...วันนี้รู้สึกเหงา ๆ จัง อาจเป็นเพราะอากาศที่ดูอึมครึม และเพลงที่ฟังแล้วเศร้า...
     
    วันนี้เป็นวันหยุด แต่เราเข้าไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศ (แลดูขยัน) เนื่องจากงานเยอะมาก ๆ จนทำไม่ทันและ ณ บัด now ก็ยังทำไม่ทันอยู่ดี วันนี้ที่ rgb72 มีการแต่งออฟฟิศใหม่กันเกิดขึ้นเกือบจะสวยแล้วต้องคอยดูต่อไป * ตอนกลางวันไปกินข้าวแถว ABAC อร่อยมาก ๆ กินจนข้าวขึ้นมาถึงคอ แล้วก็กลับมาทำงานต่อ เพิ่งรู้ว่าลูกค้าเราหลาย ๆ คนก็ไม่ได้หยุดวันนี้ เช่น ปูนซีเมนต์ และ redbull * ตอนบ่ายไปดูห้องแถวออฟฟิศ จะได้อยู่แล้ว กล้า ๆ กลัว ๆ ต้องอยู่คนเดียวอีกแล้วเรา...
     
    ช่วงนี้ชอบเพลง ๆ นึงฟังทุกวันไม่รู้ว่าเพราะดูละครมากไปหรือป่าว ไปฟังกัน http://mashiiro.exteen.com/20060820/entry
     
    วันนี้เหงา...เหงา...
     
    อ่านเจอบทความดี ดี เอามาแชร์กันนะ
     

    การที่เราจะคบหาหรือรู้จักใครสักคน

    ไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม

    สิ่งหนึ่งที่ควรท่อง ควรจำไว้อยู่เสมอก็คือ

    คนเป็นสิ่งมีชีวิต ที่มีทั้งด้านบวก และด้านลบ อยู่ในนั้น

    อย่าตั้งใจกับคน 1 คนมากเกินไป

    เพราะไม่มีใครอยากเป็นต้นเหตุของความล้มเหลว

     

    อย่าคาดหวังกับ คน 1 คนมากเกินไป

    เพราะไม่มีใครสามารถเป็นทุกอย่าง ที่ทุกคนอยากให้เป็น

     

    อย่าให้เวลากับคน 1 คนมากเกินไป

    เพราะไม่ว่าใครก็อยากมีช่วงเวลาของความเป็นส่วนตัว. . .. คนเดียว ....

     

    อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงคน 1 คนมากเกินไป

    เพราะนั่นจะทำให้เค้าไม่หลงเหลือความเป็นตัวของตัวเอง

     

    อย่าควบคุมชีวิตคน 1 คนมากเกินไป

    เพราะมนุษย์มักจะหาวิธีการแทรกตัว เพื่อออกมาจากกฎที่ถูกกำหนด

     

    อย่าบีบบังคับคน 1 คนมากไปกว่านี้

    เพราะถ้าคนๆนั้น หลุดจากภาวะบีบบังคับมาได้

    คุณจะกลายเป็นคนที่ถูกหันหลังให้ในทันที

    เธอ. . . ลองมองดูฉันดีๆ ฉันมีลมหายใจ

    ไม่ใช่ภาพวาด ที่จะสวยงามอยู่ตลอดเวลา

    ฉันเองก็เป็น คนเป็นสิ่งมีชีวิตที่มี 2 ด้าน. . . เช่นกัน

     

    ...อยากรู้จักใครสักคน ต้องหัดเรียนรู้ ไม่ใช่เปลี่ยนแปลง...

     

    Goodnight....Lonely Night

     

    ทริปนครปฐม..

    ช่วงนี้อยากเขียน ๆ ตั้งแต่เริ่มเขียน blog ไดอารี่ของเรานี่เศร้าไปเลย 555 * เมื่อวานไปงานแต่งงานเพื่อนที่นครปฐม จริง ๆ เป็นเพื่อนของเพื่อน เราเลยไม่ค่อยรู้จักใครเลย รู้จักแค่เจ้าสาวกะเพื่อนอีก 3-4 คน นั่ง ๆ เลยเซ็ง ๆ * สรุปว่าเพื่อนจะอยู่กินเหล้ากันถึงเช้าเราเลยขอตัวดีกว่า สุดท้ายต้องไปอาศัยบ้านเจ้านายเป็นที่พัก 1 คืน (กะจะตามไปกวน แม้ว่าจะเป็นวันหยุด) my boss เรานี่เนียนจริง ๆ take care ลูกน้องได้เยี่ยมมาก ต้องขอขอบคุณไว้นะที่นี้ แต่อย่าคิดว่าจะสำนึกนะ ยังไงก็จะไปกวนอีก อิอิ... * นอนไม่ค่อยหลับ เพราะ เอ่อ เป็นคนเกรงใจผีน่ะค่ะ ได้ยินเสียงไรหน่อยก็จะตื่นเลย ไม่งั้นคงหลับสบายกว่านี้ * เช้าวันรุ่งขึ้นไปไหว้พระแต่เช้า ตอนแรกจะไปพระปฐมเจดีย์แต่เนื่องด้วยพลขับเพิ่งเลิกจากงานเลี้ยง บวกกับบ้าน my boss อยู่ตรงข้ามกับวัดไร่ขิง เอาวะ วัดนี้ก็ดี let's go !!! ได้มาไหว้พระแต่เช้าเป็นความรู้สึกที่ดีจริง ๆ ไม่รู้ทำไมพอเข้าวัดแล้วเราเหมือนทิ้งทุกอย่างไว้ข้างนอกเลย สบายใจมาก ๆ ตบท้ายด้วยการไปถล่มตลาดดอนหวาย กวาดซะเรียบไม่มีเหลือ แบบว่าซื้อเกือบทุกร้าน ของอร่อย ๆ เต็มไปหมด (ที่รู้เพราะเดินชิมมาหมดทุกร้าน) เลยเป็นวันที่อิ่มสุด ๆ เลยวันนี้ * กลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ.....
    06 December

    กลับมาแว้วววว...พ่อปลื้ม แม่ปลื้ม...จบ

    โด๊ฟชนะเลิศ 555 คิดว่าจะบวชไม่สำเร็จซะแล้วเรา ในที่สุดก็เอาชนะตัวเองมาได้ จริงอย่างที่เค้าพูดกันว่าอุปสรรคที่ยากที่สุดในชีวิตมนุษย์คือ การเอาชนะตัวเอง * หลังจากบวชมาแล้วสงบขึ้น ลดความ alert ลงมาได้บ้าง (แต่ว่าพอเริ่มกลับเข้ามาในวงเวียนเดิม เริ่มจะ alert เหมือนเดิมแล้ว)      * บวชแล้วได้อะไรมาเยอะ เช่น ศืล 8 น่ะ ควรรู้ก่อนบวช ไม่ใช่รู้ตอนสึก จำไว้ อิอิ... 1.ห้ามฆ่าสัตว์ 2.ห้ามลักทรัพย์ 3.ให้ถือพรหมจรรย์ 4.ห้ามพูดปด 5.ห้ามดื่มเหล้า 6.ห้ามกินข้าวเย็น 7.ห้ามใช้เครื่องหอม หรือตกแต่งของสวยงาม 8.ห้ามนอนบนฟูก หรือที่นอนนิ่ม ๆ หรือที่นอนสูง (ข้อ 7 พลาด ถ้ารู้ก่อนคงไม่พลาดแน่ ๆ) แต่สรุปแบบเข้าข้างตัวเองว่าไม่รู้คงไม่ผิด เอาน่าแก้ตัวใหม่ปีหน้า      *  ได้สวดมนต์ยาวมาก ๆ ๆ ๆ ไม่ต่ำกว่า 1 ชม. ต่อครั้ง อันนี้ฝึกสมาธิเพราะถ้าเราเผลอคิดถึงใคร หรือคิดเรื่องอื่นปุ๊บ เราจะตามไม่ทันทันทีว่าตอนนี้สวดถึงไหนแล้ว และต้องพยามยามมองคนข้าง ๆ (แค่อ่านก็ยากแล้ว แต่สวดมนต์ต้องเป็นการสวดทำนองและเป็นภาษาบาลี) และเราก็ทำได้อีกแล้ว มาพลาดบ้างนิหน่อย นิหน่อย       * เพิ่งรู้ว่าการเดินจงกรม เป็นการเดินที่ช้าที่สุดในโลก การเดินจงกรมก็เป็นการฝึกสมาธิอีกอย่างหนึ่ง นอกจากนั้นยังเป็นการฝึกบริหารร่างกายด้วย เนื่องจากมันเป็นการเดินที่ช้ามาก ๆ เราจะต้องทรงตัวเป็นอย่างดี ถ้าพลาดหรือไม่มีสมาธิอาจควบคุมสมดุลย์ของร่างกายไม่ได้ เพราะมันจะเอนไปมา คล้าย ๆ กับเราเดินอยู่บนไม้กระดานอย่างนั้น และสายตาจะมองได้แค่การเดินก้าวไปข้างหน้าของเราไม่เกิน 6 ศอกเท่านั้น (ไม่สามารถมองในมุมกว้างได้) ภารกิจนี้สำเร็จไปด้วยดีที่ครึ่งรอบโบสถ์ (ใช้เวลาประมาณเกือบ ชม.)       * ได้ฟังเทศน์แบบเต็ม ๆ ๆ ๆ 1 กัณฑ์ อาจจะดูน้อย (เพราะตั้งแต่บวชเค้าเทศน์ไป 4 กัณฑ์) เรื่องพระคุณพ่อแม่ เป็นนิทาน เอาไว้ว่างแล้วจะเล่าให้ฟังมันยาว       * กับข้าวที่วัดอร่อยหมดทุกอย่าง ไม่รู้ว่าเพราะอิ่มบุญหรือเป็นคนแบบนี้อยู่แล้วกันแน่ ยังไงก็ยังปลื้มอยู่ดี       * หลังจากสึกเมื่อวานตอนเย็นแล้ว เราก็ตรงดิ่งไปที่มนต์นมสดทันที ไม่รู้ว่าเพราะหิวหรือเพราะอยาก รับขนมปังเข้าไป 3 อย่าง นม 1 แก้ว อ้วนแน่ ๆ คนแรกที่เม้าส์ด้วยคือ my boss เอง จริง ๆ จะต้องเป็นแม่ แต่แม่หายไปจากบ้าน ลูกไปบวชแม่คงหนีไปเที่ยว อิอิ แต่ก็ดีที่มีคนให้เม้าส์ก่อนเพราะถ้ารอมาเม้าส์กะเพื่อนที่ออฟฟิศพร้อม ๆ กันคงอกแตกตาย หรือไม่ก็ลืม (อาจเป็นอย่างหลัง) เลยต้องรีบเล่าให้ my boss ฟังก่อน แต่ไม่แน่ใจว่าด้วยความเป็นผู้บริหาร (งานคงเยอะ...มั๊ง อิอิ) จะทำให้ my boss จำเรื่องที่เราเล่าได้หรือป่าว คือต้องเกริ่นก่อนว่าออฟฟิศนี้ขี้ลืมกันประจำ บางครั้งยังลืมกันเองเลย ถ้าหยุดหลาย ๆ วัน 555 ล้อเล่นนะคะ boss *
     
    03 December

    เตรียมตัวไปบวชวันพ่อ / survey ห้องพักแถวออฟฟิศ

    คืนนี้ตื่นเต้นจังที่ต้องเตรียมเก็บของใช้ที่จำเป็นเพื่อไปบวชชีพราหมณ์ ที่วัดสุทัศน์ฯ พรุ่งนี้เช้า ไม่เคยบวชมาก่อนเลย ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงบ้าง * กังวลไปหมด เพราะว่าเราอยากทำให้ดีที่สุด จะพยายามให้เต็มที่เลย * แค่กังวลว่าจะคิดเรื่องที่ไม่ควรคิด หรือสิ่งที่ทำให้ไม่สงบ แต่เพื่อนจ๋า บอกเราว่าพอไปถึงตรงนั้นมันจะรู้สึกอีกแบบนึงเลย สิ่งที่เราคิดว่าอาจจะทำไม่ได้ มันก็จะทำได้อย่างง่ายดาย อยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็ว ๆ จัง บางครั้งเราคิดว่าการที่ได้มีเวลาสงบ ๆ อยู่กับตัวเองจะได้เพิ่มความมีสติให้เราได้เอามาใช้ในชีวิตประจำวันได้มากขึ้นนะ  แล้วจะกลับมาเล่าให้ฟังว่าได้อะไรจากการบวชครั้งแรกบ้าง *
     
    วันนี้ได้มีเวลาไปดูหอพักแถวที่ทำงานซักที หลังจากที่ผลัดมานานหลายครั้ง เนื่องจากกิจกรรมเยอะ เราได้ไปปิ๊งที่นึงเจ๋งมาก (หลังจากที่แวะมาหลายที่แล้ว ไม่โดน) ที่นี่สวย สะอาด เงียบ สงบ เจ้าของดีมาก ๆ พอจะรู้เลยว่าทำไมที่นี่ถึงได้ดูดี ระหว่างทางที่เจ้าของพาขึ้นไปดูห้องแต่ละชั้นที่ว่าง เค้าจะเดินเก็บเศษผงที่อยู่บนพื้นทางเดินไปด้วย เนียนจริง ๆ ห้องโล่ง โปร่งดูดีเลย * เจ้าของหอพูดมา 1 ประโยค น่าจดจำมาก ว่า "ไม่ใช่ทุกคนนะที่จะเข้ามาอยู่ที่นี่ได้" เราก็เลยรู้สึกว่าเป็นบุคคลพิเศษยังไงไม่รู้ ที่ได้รับเกียรตินี้ เลยคิดว่าต้องเอามุกนี้ไปใช้กับลูกค้าเราบ้างแล้ว ทำให้เค้ารู้สึกว่าการได้รับบริการจากบริษัทเราเนี่ย ไม่ใช่ทุกคนนะที่จะได้ ทำให้รู้สึกว่าเป็น privilege ดี สร้าง value ให้เราเองด้วย * ดีนะเค้าไม่มีข้อสอบให้ทำก่อนจะเข้าพัก ว่าสอบผ่านหรือป่าว 555+ * กฎหลัก ๆ ที่เค้าบอกคือ 1.ห้ามสูบบุหรี่ อิอิ..ใครสูบบุหรี่ อดเข้านะ (เพิ่งรู้ว่าโทษของบุหรี่นี่ร้ายแรงจริง ๆ นอกจากจะตายเร็วแล้วยังอาจไม่มีที่พักได้) 2.ห้ามมีเด็กมาอยู่ 3.ห้ามเสียงดังมาก 4.ห้ามทิ้งขยะ หรือเศษผงในห้องน้ำ 5.รักษาความสะอาด นี่แค่เกริ่น ๆ เองนะเนี่ย ไม่รู้ว่าถ้าเราไปเที่ยวแล้วกลับดึก จะถูกกักบริเวณหรือเปล่า แต่โดยรวมดีมาก ๆ เลย เป็นที่ที่น่าอยู่อีก 1 ที่ (เพิ่งเจอที่เดียว) * ไปดีกว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า... Looneytunes
    02 December

    I think I want to write!

    Uhmm......oh I don't know how did I start....I'll try to write again, see ya. 555